ทุกคนเคยเปิดแผนที่โซลแล้วรู้สึกว่าสถานที่เยอะจนไม่รู้จะเริ่มตรงไหนไหมครับ?
Gyeongbokgung อยู่เหนือ, Hongdae อยู่ตะวันตก, Seongsu อยู่ตะวันออก, Gangnam อยู่ใต้ — ถ้าวางแผนแบบสุ่มโดยไม่มีโครงสร้าง จะเสียเวลาแค่นั่งรถไฟข้ามเมืองวันละ 3–4 ชั่วโมงโดยไม่ได้อะไรเพิ่มขึ้นมาเลย
บทความนี้ผมวางแผนจริงให้ทั้ง 2 format: 3 วันสำหรับคนเวลาน้อย และ 5 วันสำหรับคนอยากลงลึก ทั้งสองแผนใช้ Line 2 (สายสีเขียววงกลม) เป็นแกนหลัก เพราะสายเดียวนี้ครอบ Hongdae, Sinchon, Euljiro, Seongsu และ Gangnam ได้ในรอบเดียวโดยไม่ต้องเปลี่ยนสาย ลดเวลาเดินทางออกได้เยอะมาก
รู้จักโซลก่อนวางแผน: แบ่ง 5 โซนให้ออก
โซล (서울) ไม่ใช่เมืองที่เดินได้ทุกที่ในวันเดียว มันใหญ่กว่ากรุงเทพฯ และแบ่งโซนชัดเจน ถ้าไม่รู้ว่าแต่ละย่านอยู่ตรงไหน จะเสียเวลาเดินทางโดยไม่จำเป็น
- โซนเหนือ: Gyeongbokgung (경복궁), Bukchon (북촌), Insadong (인사동), Ikseon-dong (익선동) — ย่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
- โซนกลาง: Myeongdong (명동), Namdaemun (남대문), N Seoul Tower (남산서울타워) — ย่านช้อปปิ้งและ landmark
- โซนตะวันตก: Hongdae (홍대), Yeonnam-dong (연남동), Mangwon (망원) — ย่านคาเฟ่และ creative
- โซนตะวันออก: Seongsu-dong (성수동), Seoul Forest (서울숲) — ย่าน industrial chic
- โซนใต้: Gangnam (강남), Garosu-gil (가로수길) — ย่านธุรกิจและช้อปปิ้งหรู
เหตุผลที่ผมแนะนำให้ใช้ Line 2 (สาย 2 สีเขียว) เป็นแกนหลักคือ วงกลมสายนี้วิ่งผ่าน Hongdae (홍대입구) → Sinchon (신촌) → Euljiro (을지로) → Seongsu (성수) → Gangnam (강남) → Jamsil (잠실) ได้ในสายเดียว ไม่ต้องเปลี่ยนสายเลย เป็นสายที่ประหยัดเวลาการวางแผนมากที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว
ใช้บัตร WowPass แทนเงินสด — เติมเงินได้ที่ตู้ ATM ทั่วเกาหลี ใช้กับรถไฟใต้ดิน รถเมล์ และร้านค้าหลายพันแห่ง อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าแลกเงินสด
สั่งซื้อ WowPass บน KKday →วันที่ 1 — โซนเหนือ + กลาง: พระราชวัง ตรอก ยอดเขา
วันแรกให้ทุกคนเริ่มต้นที่ย่านเหนือของโซลก่อน เป็นย่านที่ให้ความรู้สึก "เกาหลีดั้งเดิม" มากที่สุด แล้วค่อยลงใต้มาโซนกลางตอนเย็น
เช้า — Gyeongbokgung (경복궁)
⏰ เปิด 09.00 น. | 💰 ค่าเข้า ₩3,000 | 🚇 Line 3 สถานี Gyeongbokgung Exit 5
เดินทางมาให้ถึงก่อน 09.30 น. นะครับ ช่วงนั้นยังไม่แน่นมาก ถ้าอยากเช่าฮันบก (한복) มีให้เช่าหน้าพระราชวังฝั่ง Anguk หลายร้าน ราคา ₩15,000–25,000 รวม accessories และถ้าใส่ฮันบกเข้าไปในพระราชวังจะได้เข้าฟรีด้วย ใช้เวลาเดินในพระราชวังประมาณ 1–1.5 ชั่วโมงก็ครอบคลุมส่วนสำคัญได้หมด
บ่าย — Bukchon Hanok Village (북촌한옥마을) → Ikseon-dong (익선동)
จากพระราชวังเดินขึ้นไปทาง Bukchon ประมาณ 15 นาที ที่นี่คือย่านที่พักอาศัยจริงๆ ที่ยังคงรักษาบ้านทรงเกาหลีดั้งเดิมไว้ ข้อสำคัญมากคือ ห้ามส่งเสียงดัง มีป้ายเตือนตลอดทาง เดินชมได้ฟรีแต่ต้องเคารพชาวบ้านที่ยังอาศัยอยู่จริง จากนั้นลงมาต่อที่ Ikseon-dong (익선동) ซึ่งต่างจาก Bukchon ชัดเจนมาก — ที่นี่คือย่าน hanok เก่าที่แปลงเป็นคาเฟ่ บาร์ และร้านอาหาร เที่ยวได้สบายทั้งวันทั้งคืน เดินระหว่างสองย่านนี้ใช้เวลาแค่ 15 นาที
เย็น — Myeongdong (명동)
🚇 Line 4 สถานี Myeongdong Exit 6
จาก Ikseon-dong นั่งรถหรือ subway ลงมา Myeongdong ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ช่วงเย็น 17.00–20.00 น. ถนนคนเดินจะเริ่มคึกคัก แผงสตรีทฟู้ดเปิดเต็ม เดินช้อปปิ้งร้านเครื่องสำอาง ซื้อของฝาก หรือนั่งกินข้าวก่อนขึ้น N Seoul Tower
ค่ำ — N Seoul Tower (남산서울타워)
💰 ค่าขึ้น Observatory ₩16,000 | หรือขึ้นกระเช้า ₩12,000 ไป-กลับ
ถ้าเหนื่อยแล้วไม่อยากขึ้น Observatory ก็แค่ขึ้นมานั่งดูวิวบน Namsan (남산) ฟรีครับ บรรยากาศดีมาก โดยเฉพาะช่วง 19.00–21.00 น. ก่อนนั่งกลับที่พักก็ซื้อ street food กินระหว่างทางได้
วันที่ 2 — โซนตะวันตก: Hongdae ถึง Hangang
วันที่สองเป็นวันที่ผมชอบมากที่สุดในแผนนี้ครับ เพราะย่านตะวันตกของโซลให้บรรยากาศที่ต่างจากย่านนักท่องเที่ยวทั่วไปอย่างชัดเจน
เช้า — อย่าไป Hongdae ก่อน 11.00 น. เด็ดขาด
นี่คือทิปที่ผมอยากบอกทุกคนก่อนเลยครับ ร้านคาเฟ่และร้านอาหารส่วนใหญ่ใน Hongdae เปิด 11.00–12.00 น. ถ้ามาก่อนนั้นจะเจอแต่ม่านเหล็กลงครึ่งหน้า แนะนำกินข้าวเช้าแถวที่พักก่อน แล้วค่อยเดินทางมาถึง Hongdae ช่วง 11.00–11.30 น. พอดี
บ่าย — Hongdae (홍대) → Yeonnam-dong (연남동)
🚇 Line 2 + AREX สถานี Hongik University (홍대입구역)
เดิน Hongdae ช่วงบ่ายก่อน ย่านนี้มีสตรีทอาร์ตและร้านค้าน่าสนใจเยอะ แต่ผมแนะนำให้เดินต่อไปยัง Yeonnam-dong (연남동) ซึ่งอยู่ติดกันด้านหลังสถานีรถไฟ ที่นี่บรรยากาศดีกว่า Hongdae ชัดเจน — คาเฟ่อยู่ในบ้านเก่าที่ปรับปรุงใหม่ ราคาสบายกว่า และคนเดินผ่านส่วนใหญ่เป็นคนกรุงโซล ไม่ใช่นักท่องเที่ยว ใช้เวลาเดินดูราวๆ 2–3 ชั่วโมงก็ครอบคลุมได้หมด
เย็น — Mangwon Hangang Park (망원한강공원)
🚇 Line 6 สถานี Mangwon Exit 1 เดินเพิ่ม 15 นาที
นี่คือจุดที่ผมชอบ "ใช้ชีวิต" มากกว่า "เที่ยว" ครับ แวะร้านสะดวกซื้อซื้อเบียร์เกาหลี ₩2,500–3,500 หรือ convenience store combo ซื้อกิมบับ + ไก่ทอด แล้วมานั่งริมแม่น้ำฮัน (한강) คนกรุงโซลทำแบบนี้กันทุกวันหยุด บรรยากาศดีมาก ช่วง sunset ประมาณ 18.30–19.30 น. ขึ้นอยู่กับฤดูกาล
จองทัวร์และกิจกรรมในเกาหลีราคาดีได้ที่ KKday — มีโปรโมชั่นมากมาย ไม่ต้องต่อคิวหน้างาน
ดูกิจกรรมบน KKday →วันที่ 3 — โซนตะวันออก + ใต้: Seongsu ถึง Gangnam
วันสุดท้ายของแผน 3 วัน ผมจัดให้ใช้ Line 2 วนจาก Seongsu ลงมา Gangnam เพื่อให้เห็นสองหน้าของโซลในวันเดียว
เช้า — Seongsu-dong (성수동)
🚇 Line 2 สถานี Seongsu Exit 3 | เปิดส่วนใหญ่ 10.00–11.00 น.
Seongsu คือย่าน "โรงงานที่กลายเป็นคาเฟ่" ที่คนพูดถึงมากที่สุดในโซลช่วง 3–4 ปีที่ผ่านมา อาคารอุตสาหกรรมเก่าถูกแปลงเป็น pop-up store แบรนด์ดัง คาเฟ่ขนาดใหญ่ และ concept store ต่างๆ บรรยากาศต่างจาก Hongdae ตรงที่ Seongsu จะดูเบาบางกว่า ร้านใหญ่กว่า และ concept ชัดกว่า Seoul Forest (서울숲) อยู่ติดกัน เดินเพิ่มแค่ 10 นาที ถ้ามีเวลาเข้าไปนั่งพักในสวนได้ ฟรี
บ่าย — Gangnam (강남) → Garosu-gil (가로수길)
🚇 Line 2 ต่อไปถึง Gangnam สถานี Apgujeong Rodeo หรือ Sinnonhyeon
Garosu-gil (가로수길) คือถนน ginkgo ที่ตัดผ่านย่าน Apgujeong ร้านค้าและคาเฟ่ระดับกลาง-สูงอยู่เรียงกันตลอดทั้งถนน ไม่แน่นเหมือน Myeongdong บรรยากาศผ่อนคลายกว่ามาก ช่วง autumn (ตุลาคม-พฤศจิกายน) ต้นกิงโกเหลืองสวยมาก เป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปที่ผมแนะนำมากๆ ช่วงนั้น
ค่ำ — Gwangjang Market (광장시장)
🚇 Line 1 สถานี Jongno 5-ga Exit 8 | ⏰ เปิดถึงประมาณ 23.00 น.
ปิดท้ายวันที่ Gwangjang Market ตลาดนี้เก่าแก่มาก เปิดมาตั้งแต่ปี 1905 มายัก (마약김밥) — กิมบับเส้นเล็กจิ้มน้ำจิ้ม ₩4,000–5,000 และผ้าไหมเกาหลีเป็นของขึ้นชื่อที่นี่ ถ้ามาเป็นกลุ่ม สั่ง bindaetteok (빈대떡) ทอดแผ่นใหญ่ ₩5,000–7,000 มาแชร์กันด้วย บรรยากาศตลาดกลางคืนแบบ authentic ไม่เหมือนที่ไหน
ต่อยอด 5 วัน — วันที่ 4: Euljiro หรือ Nami Island
ถ้ามี 5 วัน วันที่ 4 เลือกได้ระหว่าง 2 แนว ขึ้นอยู่กับว่าอยากอยู่ในเมืองต่อหรืออยากออกไปนอกเมืองสักวัน
ตัวเลือก A — Euljiro (을지로) สำหรับคนชอบ street photography และ newtro
🚇 Line 2/3 สถานี Euljiro 3-ga (을지로3가역)
คนกรุงโซลเรียกย่านนี้ว่า "Hipjiro" ครับ เพราะเป็นย่านอุตสาหกรรมและตลาดค้าส่งดั้งเดิมที่มีคาเฟ่ creative เปิดแทรกอยู่ในตรอกซอกซอย บรรยากาศแตกต่างจากทุกย่านที่ไปมา ทั้ง newtro aesthetic — ป้ายร้านเก่า หลอดไฟ สายไฟเกะกะ คนกรุงมาถ่ายรูปกันเยอะมาก เหมาะสำหรับคนที่ไปเกาหลีแล้วอยากได้บรรยากาศที่ไม่ tourist เลย ใช้เวลาครึ่งวันก็ครอบคลุมได้ ครึ่งวันที่เหลือไปเดิน Cheonggyecheon (청계천) ลำธารกลางเมืองที่อยู่ใกล้ๆ ได้
ตัวเลือก B — Nami Island (남이섬) สำหรับคนอยากออกนอกเมือง
💰 ค่าเรือข้ามฟาก ₩16,000 ไป-กลับ + ค่าเข้าเกาะ ₩16,000 | ⏰ เดินทาง 1.5 ชั่วโมงจากโซล
ออกเดินทางจากสถานี Gapyeong (가평역) ซึ่งต่อจาก ITX-Cheongchun จาก Cheongnyangni (청량리역) ค่าตั๋ว ₩3,100 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือแท็กซี่ไปท่าเรืออีก 10 นาที เกาะ Nami สวยมากช่วงใบไม้เปลี่ยนสีและช่วงซากุระ ถ้าไปนอก peak season จะเงียบกว่าและสนุกกว่า แนะนำออกเดินทางแต่เช้า 07.00–08.00 น. เพื่อให้มีเวลาเต็มวัน
ต่อยอด 5 วัน — วันที่ 5: ปิดทริปแบบมีเนื้อหา
วันสุดท้ายไม่ต้องรีบ ทำตามความสบายใจ ผมแนะนำ 3 จุดที่เสริมกันได้ดีตลอดวัน
เช้า — Noryangjin Fish Market (노량진수산시장)
🚇 Line 1/9 สถานี Noryangjin Exit 1 | ⏰ เปิดตลอดคืน
ตลาดปลาสดที่ใหญ่ที่สุดในโซล เปิด 24 ชั่วโมงครับ เดินเลือกซีฟู้ดจากแผงแล้วเอาขึ้นไปกินที่ร้านชั้น 2 ซึ่งมีบริการทำให้ มีค่าบริการ ₩5,000–10,000 ต่อหัว ปูหิมะ, หอยนางรม, ปลาดิบ — ราคาถูกกว่าร้านทั่วไปมาก เหมาะสำหรับคนชอบซีฟู้ด
บ่าย — Seochon (서촌)
🚇 Line 3 สถานี Gyeongbokgung Exit 2 หรือ Gyeongbokgung Exit 4
Seochon อยู่ฝั่งตะวันตกของพระราชวัง Gyeongbokgung เป็นย่านที่คนท้องถิ่นอาศัยมากกว่า Bukchon และแทบไม่มีในแผนทัวร์ทั่วไป คาเฟ่เล็กๆ แกลเลอรี่ และร้านหนังสือมือสองอยู่กระจายตัวในตรอกแคบ ใช้เวลาเดินชมประมาณ 2–3 ชั่วโมงก็ครอบคลุมได้ บรรยากาศผ่อนคลายมาก เหมาะกับวันสุดท้ายของทริป
ค่ำ — Myeongdong รอบสุดท้าย
กลับมา Myeongdong อีกครั้งเพื่อซื้อของฝากที่ยังขาดและกินสตรีทฟู้ดมื้อสุดท้าย ร้านเครื่องสำอางแถวนี้มักมีโปรลดราคาช่วงเย็น บางร้านจะลดเพิ่มให้ถ้าซื้อจำนวนมาก
เปรียบราคาโรงแรมและตั๋วเครื่องบินได้ที่ Trip.com — มีโปรโมชั่นบ่อย จองล่วงหน้าได้ราคาดีที่สุด
เปรียบราคาบน Trip.com →ทิปที่มักพลาด — 5 เรื่องจริงจากประสบการณ์ตรง
1. Google Maps ใช้ไม่ได้ดีในเกาหลี
ต้องโหลด Naver Map หรือ Kakao Map ก่อนขึ้นเครื่องครับ Google Maps เส้นทาง subway ในเกาหลีไม่แม่นและไม่อัปเดตเท่า แต่ Naver Map ค้นหาเป็นภาษาอังกฤษได้ และบอกเส้นทาง subway ได้แม่นกว่ามาก
2. Climate Card (기후동행카드) คุ้มกว่า T-Money ถ้านั่งเยอะ
Climate Card คือบัตรโดยสารรายวัน 💰 1 วัน ₩5,000 / 7 วัน ₩20,000 ใช้ได้กับ subway และรถเมล์ทุกสาย ถ้านั่ง subway 4+ ครั้งต่อวันจะคุ้มกว่า T-Money แน่นอน ซื้อได้ที่ตู้ขายตั๋วในสถานี subway
3. ร้านคาเฟ่เปิด 11.00 น. ไม่ใช่ 09.00 น.
จริงๆ ครับ โดยเฉพาะย่าน Seongsu และ Hongdae ถ้าไปเช้าเกินจะยืนรออย่างเดียว แนะนำวางแผนให้จุดที่ต้องการร้านคาเฟ่เปิดอยู่ช่วง 11.00 น. ขึ้นไป ส่วนพระราชวังและตลาดเปิดตั้งแต่ 09.00 น. เดินทางมาช่วงเช้าได้เลย
4. Ikseon-dong กับ Bukchon ต่างกันชัดเจน
Bukchon Hanok Village (북촌한옥마을) คือที่พักอาศัยจริง ห้ามส่งเสียงดัง มีป้ายเตือนตลอดทาง ส่วน Ikseon-dong (익선동) คือย่านคาเฟ่และบาร์ที่อยู่ในอาคาร hanok เก่า เที่ยวได้สบายทั้งวันทั้งคืน สองย่านนี้เดินถึงกันแค่ 10–15 นาที ไปด้วยกันในวันเดียวได้สบาย
5. ต้อง tap ออกตอนลงรถเมล์ด้วย
เรื่องนี้หลายคนไม่รู้ครับ รถเมล์เกาหลีต้อง tap บัตรทั้งตอนขึ้นและตอนลง ถ้าไม่ tap ออกจะเสียสิทธิ์ส่วนลดต่อรถ (transfer discount) ซึ่งลดค่าโดยสารได้ถึง ₩100–200 ต่อเที่ยว ดูเหมือนน้อยแต่ถ้านั่งวันละหลายครั้งสะสมได้พอสมควร
ค่าใช้จ่ายจริงที่ควรรู้ก่อนวางงบ
ผมรวมราคาจริงจากการไปหลายครั้ง ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ย ณ ต้นปี 2026 ครับ
- ข้าวกลางวัน (ร้านทั่วไป): ₩11,000–16,000
- BBQ เกาหลี: ₩35,000–50,000 ต่อหัว (รวมเนื้อ + เครื่องดื่ม)
- คาเฟ่: ₩8,000–15,000 (อเมริกาโน่ถึงเครื่องดื่ม specialty)
- สตรีทฟู้ด Myeongdong: ₩3,000–7,000 ต่อชิ้น
- subway ต่อเที่ยว: ₩1,400–2,100 ขึ้นอยู่กับระยะทาง
งบต่อวัน (ไม่รวมช้อปปิ้ง):
- แบบประหยัด: ₩60,000–80,000 (อาหารร้านถูก, subway, คาเฟ่ 1 แก้ว)
- แบบกลาง: ₩100,000–150,000 (อาหารดี, BBQ 1 มื้อ, กิจกรรมเพิ่ม)
ช่วงเวลาที่เที่ยวโซลได้ดีที่สุด:
- เมษายน–พฤษภาคม: ซากุระบานและอากาศอบอุ่น แต่คนเยอะมาก
- ตุลาคม–พฤศจิกายน: ใบไม้เปลี่ยนสี อากาศดี และคนน้อยกว่าช่วงซากุระ
- มิถุนายน–สิงหาคม: ร้อนและชื้นมาก ควรวางแผน indoor ไว้หลายจุด
- ธันวาคม–กุมภาพันธ์: หนาวจัด แต่ราคาที่พักถูกที่สุดและคนน้อยที่สุด
คำถามที่ถามบ่อย
3 วันเที่ยวโซลได้ครบไหม?
ครบในแง่ที่ได้เห็นโซลหลายหน้าครับ แต่ไม่ครบในแง่ที่ "เห็นทุกอย่าง" เพราะโซลใหญ่มาก แผน 3 วันที่ผมวางไว้เน้นให้ได้เห็นทั้งโซลเก่า (พระราชวัง, Bukchon) และโซลใหม่ (Seongsu, Gangnam) ถ้ามี 5 วันจะได้ลงลึกในแต่ละย่านมากกว่า
Line 2 ไปพระราชวัง Gyeongbokgung ได้ตรงไหม?
ไม่ตรงครับ Gyeongbokgung อยู่บน Line 3 สถานี Gyeongbokgung (경복궁역) ต้องเปลี่ยนสายที่ Euljiro 3-ga (을지로3가역) หรือ Express Bus Terminal แล้วต่อ Line 3 ขึ้นไป ใช้เวลารวมประมาณ 30–40 นาทีจาก Hongdae
ควรพักย่านไหนถ้าใช้แผนนี้?
ถ้าเน้น 3 วันแรก แนะนำพัก Jongno (종로) หรือ Myeongdong ซึ่งอยู่ใกล้ย่านเหนือที่เป็น base วันที่ 1 ถ้าเน้นโซนตะวันตกและต้องการ budget พัก Hongdae ได้เลย รายละเอียดเปรียบย่านเพิ่มเติมอ่านได้ที่บทความย่านพักโซลครับ
Gwangjang Market กับ Namdaemun Market ต่างกันยังไง?
Gwangjang (광장시장) เน้นอาหารสดและผ้าไหม บรรยากาศดั้งเดิมมาก นักท่องเที่ยวปะปนกับคนท้องถิ่น ส่วน Namdaemun (남대문시장) เน้นสินค้าราคาส่ง เสื้อผ้า และของใช้ในบ้าน ใหญ่กว่ามาก เหมาะสำหรับซื้อของจำนวนมาก
ค่า Climate Card 7 วันซื้อได้ที่ไหน?
ซื้อได้ที่ตู้ขายตั๋ว subway ทุกสถานีในโซลครับ เลือก Climate Card จากเมนู ใส่เงิน ₩20,000 แล้วเริ่มใช้ได้เลย ใช้ได้กับ subway, รถเมล์ แต่ไม่รวม AREX Express
ทุกคนละครับ ทริปโซลครั้งที่แล้วใช้เวลาเดินทางระหว่างย่านเยอะแค่ไหน หรือมีย่านไหนในแผนนี้ที่อยากเพิ่มบ้าง? แชร์กันได้เลย
즐거운 여행 되세요!